วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนครั้งที่ 7


บันทึกการเรียนครั้งที่ 7
วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2559
เวลา 08.30-12.30 น.



เนื้อหาที่เรียน

เพื่อนนำเสนองานหน้าห้องเกี่ยวกับบทความ  โดยมีเนื้อหาบางส่วนของบทความว่า แนะนำให้ลูกได้รู้จักตัวเลขได้โดยให้ลูกได้นับ1-10 การเขียนตัวเลขมือเปล่า  กิจกรรมที่ทำแล้วได้ความรู้เรื่องคณิตศาสตร์ เช่น การทายลูกปัดคือให้เด็กได้รู้จำนวน การเพิ่มการลด การนับเลขปากเปล่า การวางเบี้ย ให้เด็กได้ลูกจักตัวเลข การเขียนเลขมือเปล่า แล้วอาจารย์ก็คิดจชต่อยอกว่าถ้าเราไม่ใช้การเขียนมือเปล่าแบบตามอากาศเราจะใช้วิธีอะไร อาจารย์และนักศึกษาก็ช่วยกันึิดหาคำตอบว่า เราให้เด็กได้ลองเขียนด้วยการที่มีพื้นผิวที่แตกต่างกัน เพื่อกระตุ้นให้เด็กเกิดการเรียนรู้ เช่น การใช้กระดาษทราย สำลี เม็ดถั่ว เป็นต้น 


จากนั้นอาจารย์ก็ให้จับคู่ทำงาน เพื่อใช้เป็นสื่อการสอนคณิคศาสตร์ อาจารย์บอกว่าเราไม่ควรทำสื่อที่ยึดติดไปเลยเพราะจะทำให้เราใช้ได้แค่อย่างเดียว แต่ถ้าเราใช้สื่อที่สามารถขยับได้จะทำให้เราประยุกต์ได้กับหลายกิจกรรม


















ทักษะ/ระดมความคิด

ทักษะการแก้ปัญหา
ทักษะการตอบคำถาม

การประยุกต์ใช้

การที่เราจะทำสื่อเราต้องวางแผนการทำงานก่อน เพื่อให้เราใช้วัสดุให้คุ้มค่าที่สุด และสื่อที่ทำออกมาต้องสามารถใช้ได้นาน ประยุกต์กับการใช้งานหลายๆอย่าง และจัดเก็บง่าย

บรรยากาศในห้องเรียน

สื่อและอุปกรณืการเรียนมีพร้อมและเพียงพอต่อการใช้งาน

การจัดการเรียนการสอน

อาจารย์ให้เราคิดต่อยอดจากเรื่องที่เพื่อนนำเสนอ ทำให้เราได้ลองคิดหาคำตอบ ให้เราได้ลงมือทำงานจริง

วิเคราะห์ตนเอง

ตอนทำงานคู่อาจมีการวางแผนที่ไม่ดีทำให้ผลงานที่ออกมาใช้วัสดุไม่ค่อยคุ้มค่าเมื่อเทียบกับของเพื่อน ขณะทำงานมีการพูดคุยและลองคิดหาวิธีการทำ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน




บันทึกการเรียนครั้งที่ 6

บันทึกการเรียนครั้งที่ 6
วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559
เวลา 08.30-12.30 น.

เนื้อหาที่เรียน
การจัดประสบการณ์ให้เด็ก คือครูต้องตั้งปัญหา ให้เด็กได้ลงมือทำและลองแก้ปัญหา ได้ลองสร้างผลงานของตน



เริ่มกิจกรรมด้วยการที่อาจารย์ให้ทำรูป 3 เหลี่ยม โดยมีโจทย์ว่าให้ใช้วัสดุที่มีอยู่ นั่นคือไม้กับดินน้ำมัน เราจะทำออกมาในรูปแบบใดก็ได้ เพื่อสอนให้เรารู้จักวิธีการแก้ปัญหา ครูไม่ควรบังคับเด็กเราต้องทำให้เด็กมีทางเลือก ให้เด็กได้ทำอย่างอิสระ เปิดโอกาสให้เด็กได้ลองแก้ปัญหา แล้วเด็กจะเกิดจินตนาการ












การเรียนรู้ของเด็กไม่ได้เกิดจากการลงมือทำเพียงอย่างเดียว แต่เด็กสามารถเรียนรู้ได้จากผลงานของเพื่อนได้ เพราะผลงานงานของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ทำให้เด็กได้สังเกตุและเกิดการเรียนรู้

การสอนโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน จะทำให้เด็กได้ลองผิดลองถูกในการแก้ปัญหา เพื่อหาทางให้ได้ผลงานชิ้นนั้นออกมา

ให้ประสบการณ์เพื่อกระบวนการทางความคิด ตัวอย่างเช่น เวลาถามเด็กให้ตั้งจำนวนก่อน แล้วให้เด็กดูภาพแล้วให้เด็กได้นับว่ามีเท่าไร ให้เด็กได้ค้นหาคำตอบ หรือ ตั้งตัวเลขให้ดูว่าในรูปมีภาพอะไรแต่ละภาพมีจำนวนเท่าไร


ทักษะ/ระดมความคิด

ทักษะการแก้ปัญหา
ทักษะการตอบคำถาม
ทักษะการแก้ปัญหา
ทักษะการตั้งคำถาม

การประยุกต์ใช้

ครูไม่ควรไม่บังคับเด็ก ให้เด็กได้มีทางเลือกในการทำงานให้เด็กได้ใช้ความคิดอย่างอิสระตามจินตนาการโดยไม่มีถูกหรือผิด

บรรยากาศในห้องเรียน

มีเพื่อนอีกกลุ่มมาเรียนด้วยทำให้คนเยอะดูครึกครื้น มีโต๊ะเพียงพอสำหรับเด็ก

การจัดการเรียนสอน

อาจารย์เตรียมการสอนมาอย่างดี ให้เราได้ลงมือทำกิจกรรม และให้เราคิดว่าคำตอบจากคำถามของอาจารย์

วิเคราะห์ตัวเอง

สนุกกับการทำกิจกรรม และคิดหาวิธีที่จะแก้ปัญหาตามที่อาจารย์บอกโจทย์ เช่น ทำรูป3เหลี่ยม เราก็ได้คิดว่าจะทำรูป3 เหลี่ยมออกมาในรูปแบบใด



วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนครั้งที่ 5

บันทึกการเรียนครั้งที่ 5
วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559
เวลา 08.30-12.30 น.

เนื้อหาที่เรียน
อาจารย์แจกกระดาษแล้วให้วาดตารางลงไป ให้เราแรเงาภาพเป็นรูปทรงต่างๆ ตารางแรกแรเงาภาพ 3 ช่อง ตารางที่สองแรเงาภาพ 4 ช่อง 


การกิจกรรมให้เด็กต้องสอดคล้องกับการเรียนรู้ มีความเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน เนื้อหาการเรียนต้องเหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก

จากนั้นอาจารย์ก็ให้เราดูวิดิโอProject Approach การเรียนแบบ Project มีการสอน 4 ขั้น
1. ระยะเริ่มต้นโครงการ ให้เด็กได้ร่วมกันคิดว่าเด็กสนใจที่จะเรียนรู้เรื่องใด
2. ระยะวางแผนโครงการ กำหนดว่าจะศึกษาอะไรบ้าง
3. ระยะดำเนินโครงการ การดำเนินงานตามที่วางแผยไว้
4. ระยะสรุปโครงการ เป็นการทบทวนความรู้ที่ได้ศึกษามา

ทักษะ/ระดมความคิด
-ทักษะการคิด
-ทักษะการตอบคำถาม
-ทักษะการคิดวิเคราะห์

การประยุกต์ใช้
สิ่งที่สอนเด็กควรเป็นเรื่องใกล้ตัวเด็กมีความเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง5 ในการเรียนรู้

บรรยากาศในห้อง
ห้องเรียนสะอาด อุปกรณืมีความพร้อม

การจัดการเรียนการสอน
อาจารย์ให้เรามีส่วนร่วมในการตอบคำถาม/การทำกิจกรรม ทำให้เรามีความกระตือรือร้นที่จะเรียน

วิเคราะห์ตนเอง
ตั้งใจเรียน และจดสิ่งที่อาจารย์พูด


วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนครั้งที่ 4

บันทึกเรียนครั้งที่ 4 
วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559
เวลา 08.30-12.30 น.
เนื้อหาที่เรียน

การสอนเด็กให้รู้จักวันสอนได้จากการแบ่งกลุ่ม เช่น การแบ่งกลุ่มในการทำเวรในแต่ละวัน การทำปฎิทินวันเกิด เพื่อให้เด็กได้รู้จักเลขฮินดูอารบิกตัวเลขไทย การนับ สีในแต่ละวัน การเรียงลำดับ

การเรียนรู้เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
เครื่องมือการเรียนรู้ คือ ประสาทสัมผัส 5 แบบบันทึกการสังเกต
วิธีการเรียนรู้ คือ การลงมือปฎิบัติ การสังเกตุ

  เพื่อนออกมานำเสนอหน้าห้องเรียน


อาจารย์สอนร้องเพลงที่สอนเด็กให้เรียนรู้เรื่องคณิตศาสตร์ได้






อาจารย์ให้แปลงเพลง บวก-ลบ โดยแบ่งเป็นกลุ่ม แล้วร้องเพลงทีละกลุ่มในเพลงที่ตัวเองแปลง


และออกไปนำเสนอของเล่นที่สอนเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ในแต่ละกลุ่ม

ทักษะ/ระดมความคิด
-ทักษะการทำงานกลุ่ม จากการทำงานแปลงเพลง
-ทักษะการแสดงออก การพูดนำเสนอหน้าชั้นเรียน
-ทักษะการตอบคำถาม
การนำไปประยุกต์ใช้
การสอนเด็กเด็กต้องสอนในเรื่องใกล้ตัวเด็ก และให้เด็กได้ลงมือทำเพื่อให้เด็กได้เกิดการเรีนรู้
บรรยากาศในห้องเรียน
ห้องเรียนสะอาด อุปกรณ์พร้อมในการเรียน
การจัดการเรียนการสอน
 อาจารย์ถามคำถามให้เราได้คิดวิเคราะห์หาคำตอบ

วิเคราะห์ตนเอง
ตั้งใจฟังสิ่งที่อาจารย์สอน และช่วยกันกับเพื่อนคิดแปลงเพลงที่อาจารย์ให้ทำ
  



เรียนชดเชย

เรียนชดเชย
วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
เวลา 14.30-17.30 น.


เนื้อหาที่เรียน 

สอนการทำตารางการตื่นของเด็ก เช่น ก่อน 7 โมง เวลา 7 โมง หลัง 7 โมง  การทำตารางสารมารถสอนเกี่ยวกับคณิตศาตร์ได้หลายอย่าง
-เวลา 
-การนับ
-การบอกจำนวน
-การู้ลำดับก่อน/หลัง 
-ตัวเลขฮินดูอารบิก/ตัวเลขไทย

หากเด็กเล็กยังไม่รู้เรื่องเวลา ครูก็แจกสมุดให้เด็กเพื่อเอาไปให้ผู้ปกครองจดว่าเด็กตื่นกี่โมง แล้วให้เด็กวาดรูปนาฬิกาหรือเข็มนาฬิกาลงไป เพื่อให้เด็กได้มีส่วนร่วม แต่ผู้ปกครองเป็นคนเขียนตัวหนังสือ

หลักการสอนเด็กปฐมวัยคือ ให้เด็กได้ทำเองเพื่อให้ได้ประสบการณ์ ประสบการณ์จะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ เนื่องจากการเรียนรู้ของเด็กเกิดจากการลงมือทำด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5

การสอนเด็กสอนตามพัฒนาการของเด็ก เช่น
อายุ 2-3 ปี ครูเขียนให้ดู มีรูปภาพตามจำนวน
อายุ 4-5 ปี บวกจำนวนเลขได้ มีใบตัวเลข
อายุ 5-6 ปี เขียนได้ตามเส้นปะหรือแบบfree hard

พัฒนาการ = สิ่งที่เด็กทำได้

ทักษะ/ระดมความคิด
-ทักษะทางความคิด/วิเคราะห์
-ทักษะการตอบคำถาม

การประยุกต์ใช้
การสอนเด็กสอนสิ่งที่สอดคล้องกับชีวิตประจำวันของเด็ก

บรรยากาศในห้องเรียน
มีอุปกรณ์พร้อมในการเรียนการสอน

การจัดการเรียนการสอน
อาจารย์ให้เด็กมีส่วนร่วมในการเรียนการสอน เช่น คอยถามคำถามให้เราได้คิดหาคำตอบ

วิเคราะห์ตนเอง
ตั้งใจฟังสิ่งที่อาจารย์สอน และคิดหาคำตอบในสิ่งที่อาจารย์ถาม




วันเสาร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนครั้งที่ 3

บันทึกการเรียนครั้งที่ 3
วันศุกร์ที่ 29 มกราคม 2559
เวลา 08.30-12.30 น.

เนื้อหาที่เรียน

อาจารย์ให้เอากระดาษมาแบ่งกันคนละครึ่งและนำไปเขียนชื่อของตนเอง จากนั้นก็นำกระดาษที่ตนเองเขียนมาติดที่กระดานตรงช่องที่เขียนว่ามา ในตารางจะมี ลำดับ มา ไม่มา จำนวนคนทั้งหมด อาจารย์บอกว่าการทำแบบนี้เราจะสามารถสอนให้เด็กได้รู้ถึง จำนวนเต็ม(จำนวนเพื่อนทั้งหมด) การนับ การบวก การลบ ความรู้เลขอารบิก การเปรียบเทียบมากกว่าน้อยกว่า และยังสอนเรีื่องก่อน-หลังได้ คือเด็กคนไหนมาก่อนได้ติดก่อนซึ่งการติดชื่อจะมีเลขลำดับบอก แต่ถ้าเด็กในห้องเยอะให้แบ่งเป็นกลุ่ม เช่น กลุ่มวงกลม กลุ่มสามเหลี่ยม กลุ่มสี่เหลี่ยม เป็นต้น การแบ่งกลุ่มแบบนี้ก็จะทำให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องของเรขาคณิต


จากนั้นอาจารย์ก็ให้ออกไปนำเสนองาน วันนี้เพื่อนนำเสนอ 3 คน อาจารย์บอกเรื่องการแนะนำตัวหน้าห้องให้พูดว่า เรียนอาจารย์ที่เคารพและสวัสดีเพื่อนๆทุกคน ชื่อ จะนำเสนออะไร ใครเป็นผู้แต่งและนำมาจากที่ไหน เมื่อเพื่อนรายงานจบอาจารย์ก็สอนร้องเพลงที่สอนเรื่องของคณิตศาสตร์ไปในเพลงด้วย








จากนั้นอาจารย์ก็สอนเนื้อหาเด็กปฐมวัยเรียนอะไรในคณิตศาสตร์
ให้เด็กได้เตรียมความพร้อมด้านต่างๆ
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
1. จำนวนและการดำเนินการ
2. การวัด
3. เรขาคณิต
4. พีชคณิต
5. การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
6. ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์

1. มีความคิดเชิงคณิตศาสตร์
-จำนวนนับ 1 ถึง 20
-เข้าใจหลักการนับ
-รู้จักตัวเลขอารบิกและเลขไทย
-รู้ค่าของจำนวน
-เปรียบเทียบ เรียงลำดับ
-การรวมและการแยกกลุ่ม

2. มีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับความยาว น้ำหนัก ปริมาตร เงินและเวลา
-เปรียบเทียบ เรียงลำดับ และวัดความยาว น้ำหนัก ปริมาตร
-รู้จักเงินเหรียญและธนบัตร เช่น จัดมุมร้านค้าให้เด็กได้รู้จัดการใช้เงิน
-เข้าใจเกี่ยวกับเวลาและคำที่ใชเบอกช่วงเวลา

3. มีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานทางเรขาคณิต
-ตำแหน่ง ทิศทาง ระยะทาง
-รูปเรขาคณิตสามมิติและสองมิติ

4. มีความรู้ความเข้าใจแบบรูป ของรูปที่มีรูปร่าง ขนาด สี ที่สัมพันธ์อย่างใดอย่างหนึ่ง(ชุดตัวอย่างต้องมีตั้งแต่ 2 ชุดขึ้นไป)

5. มีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลและนำเสนอข้อมูลในรูปแผนภูมิอย่างง่าย
เช่น ถามว่าเด็กในห้องมีใครชอบผลอะไรระหว่างส้มกับกล้วย และแต่ละผลไม้มีจำนวนเท่าไร และนำจำนวนที่ได้มาทำแผนภูมิอย่างง่าย

6. มีทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ที่จำเป็น

ทักษะ/ระดมความคิด

-ทักษะการแก้ปัญหา เช่น อาจารย์ถามว่าถ้าเด็กในห้องเยอะจำทำอย่างไร คำตอบคือการแบ่งกลุ่ม
-ทักษะในการคิดวิเคราะห์
-ทักษะการตอบคำถาม

การนำไปประยุกต์ใช้

นำตัวอย่างที่อาจารย์สอนไปใช้กับเด็กได้ และการเรียนรู้ของเด็กควรใช้สิ่งที่เป็นกิจวัตรประจำวัน ให้เด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง  มีการเชื่อมโยงความรู้เดิม และให้เด็กได้ใช้สื่อจริงให้เด็กได้เรียน

บรรยายในห้องเรียน

ตอนแรกไฟดับทำให้ต้องเปิดหน้าตาและผ้าม่าน พอไฟมาก็ได้เปิดแอร์และสื่อเทคโนโลยี

การจัดการเรียนการสอน

อาจารย์มีการเตรียมการสอน มีคำถามให้เราได้คิดและวิเคราะห์ สอนการร้องเพลงและเสริมสร้างคุณธรรม

วิเคราะห์ตนเอง

ตั้งใจเรียนและพยายามคิดตามสิ่งที่อาจารย์สอน





วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนครั้งที่ 2

บันทึกการเรียนครั้งที่ 2
วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2559
เวลา 08.30-12.30 น.


เนื้อหาที่เรียน
-มาถึงอาจารย์ให้นักศึกษาไป link blog ของเราลงในบล็อคของอาจารย์
-จากนั้นอาจารย์ก็ให้แจกกระดาษโดยส่งแบบ1ต่อ1 อาจารย์บอกว่าการส่งแบบนี้เราสามารถสอนเด็กได้เช่น ถ้ากระดาษไม่พอ แสดงว่า คนมีมากกว่ากระดาษ เราก็ให้เด็กช่วยกันนับได้ว่าขาดอยู่เท่าไร
       ถ้ากระดาษเหลือ แสดงว่า คนมีน้อยกว่ากระดาษ
ทำให้เด็กได้เรียนรู้คำศัพท์ทางคณิต คือ มากกว่า น้อยกว่า ทุกช่วงเวลาเราสามารถนำมาสอนเด็กได้ เพราะคณิตศาสตร์เป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวัน
-ทำแผนผังความคิดเกี่ยวกับ การจัดประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์

ทักษะ/ระดมความคิด
-  อาจารย์ถามว่าทำไมอาจารย์ถึงให้ส่งกระดาษแบบ1ต่อ1
- อาจารย์ให้ช่วยกันตอบตอนที่ทำแผนผังความคิดว่า พัฒนาการคืออะไร การจัดประสบการณ์ของเด็กคืออะไร คณิตศาสตร์คืออะไร เด็กปฐมวัยคืออะไร และอาจารย์จะแยกย่อยแต่ละหัวข้อให้และอาจารย์ก็จะลองถามให้เราได้ยกตัวอย่าง

ประเมิน
บรรยากาศในห้องเรียน
อากาศเย็นสบาย เพื่อนๆมาเรียนกันครบทำไมดูสนุกสนานและช่วยกันตอบคำถามของอาจารย์

การจัดการเรียนการสอน
อาจารย์จะสอนแบบตั้งคำถามให้เราได้คิดตามอยู่ตลอด โดยจะถามคำถามที่เรารู้อยู่แล้วแต่อาจจะลืมๆไปบ้าง ทำให้เราได้ทบทวนความรู้ที่มีอยู่นำมาตอบคำถามอาจารย์ สอนเรื่องการเขียนแผนผังว่าต้องเขียนแบบทวนเข็มนาฬิกา

วิเคราะห์ตนเอง
ตั้งใจฟังสิ่งที่อาจารย์สอน พยายามคิดตามสิ่งที่อาจารย์ถาม และพยายามที่จะตอบคำถามอาจารย์ ถึงแม้การตอบคำถามจะมีถูกบ้างผิดบ้างแต่ก็ยังพยายามตอบ